วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มารู้จัก Good Governance กันดีกว่า

 ความเป็นมา
     ในช่วงต้น พ.. 2523 นักวิชาการส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่าแนวทางการบริหารภาครัฐที่เป็นอยู่ไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคมโลกที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา และมีความจำเป็นต้องมีการปฏิรูปและปรับปรุงรูปแบบการปกครองใหม่ ในช่วงเวลาดังกล่าวมีองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญ ๆ เช่น ธนาคารโลก(World Bank) และ กองทุนนานาชาติ ได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับการปกครองที่ดี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “Good Governance” หรือธรรมาภิบาล  (บุษบง  ชัยเจริญวัฒนะ 2546)  ประเทศไทยมีความตื่นตัวสนใจเรื่องธรรมาภิบาลอย่างมาก  โดยเฉพาะภายหลังการบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540  นอกจากนี้วิกฤตเศรษฐกิจก็มีส่วนทำให้ความสนใจเกี่ยวกับธรรมาภิบาลมีมากยิ่งขึ้น  เป็นที่เชื่อกันว่าหากประเทศไทยนำหลักธรรมาภิบาลไปปรับใช้กับการปฏิบัติงานภาคราชการ  เอกชน  และประชาชนแล้ว  จะทำให้ประเทศมีพัฒนาไปในทิศทางที่ดี  เกิดความเป็นธรรมในด้านสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมือง
                     จากสภาพดังกล่าวทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบราชการและระบบการจัดการศึกษาที่จำเป็นต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง  ซึ่งเป้าหมายของการพัฒนาคือ  เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ  ทำให้เกิดการกระจายอำนาจไปยังหน่วยปฏิบัติในระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษา  โดยประชาชนและผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ  ตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534  แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 9)  พ.ศ. 2545  และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารจัดการที่ดี พ.ศ. 2546  เพื่อให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพ  ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกินจำเป็น  ในส่วนของการบริหารจัดการศึกษาจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบราชการ  โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545  กำหนดให้การบริหารจัดการศึกษายึดหลักการมีเอกภาพด้านนโยบายและความหลากหลายในการปฏิบัติเป็นไปตามหลักการพัฒนาระบบราชการ ซึ่งการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีได้แก่  การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมายดังต่อไปนี้
1. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2.  เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
3.  มีประสิทธิภาพและเกิดความคุมค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
4.  ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
5.  มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
6.  ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
7.  มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการประกอบด้วย
                    1. สร้างรากฐานของสังคมให้เข้มแข็ง  จากการพัฒนาคุณภาพคน  คุ้มครองทางสังคมปรับปรุงโครงสร้างการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องยั่งยืน  และจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                    2.  ปฏิรูประบบบริหารจัดการสู่ธรรมาภิบาล  โดยการบริหารจัดการให้เกิด
ธรรมาภิบาลทุกภาคส่วนของสังคม
                     3.  ปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่  รู้เท่าทันโลก  พึ่งตนเองได้  โดยการจัดการระบบบริหารเศรษฐกิจส่วนรวม  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและพัฒนาความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                     จากข้างต้นสรุปได้ว่า  การปฏิรูประบบราชการมีเป้าหมายคือ เพื่อบริการให้ประชาชนมีความพึงพอใจในบริการของภาครัฐมากขึ้น โดยให้ทุกกระทรวง ทบวง กรมและส่วนราชการถือหลักธรรมาภิบาลหรือหลักบริหารจัดการที่ดีมาปฏิบัติ  สำหรับกระทรวงศึกษาธิการมีการกระจายอำนาจการบริหารไปยังหน่วยปฏิบัติในระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษา  โดยประชาชนและผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่เยาวชนที่จะเป็นกำลังของประเทศชาติต่อไป 

 ความหมาย

                         สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (2541)  ได้อธิบายว่า ธรรมาภิบาล เป็นศัพท์ที่สร้างขึ้นจากคำว่า ธรรม  ซึ่งแปลว่า  ความดี  หรือ กฎเกณฑ์  ส่วนคำว่า อภิบาล  แปลว่า  บำรุงรักษา  ปกครอง  เมื่อรวมกันก็กลายเป็น ธรรมาภิบาล  ซึ่งมีความหมายเดียวกับคำว่า Good Governance
                                ในการปฏิรูประบบราชการที่เน้นให้ทุกภาคส่วนมีการบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาลนั้นทำให้  คำว่า ธรรมาภิบาล หรือ Good Governance มีผู้ใช้ที่แตกต่างกันแต่มีความหมายคล้ายคลึงกันหลายคำ เช่น  ธรรมรัฐ  สุประศาสนการ  ธรรมราษฎร์  ประชารัฐ  การกำกับดูแลที่ดี  รัฐาภิบาล  การปกครองที่ดี  กลไกประชารัฐที่ดี การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งทั้งหมดนี้คือ Good Governance  โดยเฉพาะวงวิชาการตะวันตกที่ใช้คำนี้กันอย่างกว้างขวาง และมีผู้ให้ความหมายของธรรมาภิบาลไว้หลากหลายความหมาย  ดังต่อไปนี้
                                ธนาคารโลกหรือ  World Bank ให้ความหมายของธรรมาภิบาลไว้ว่า  เป็นลักษณะวิถีทางที่การใช้อำนาจรัฐได้ถูกใช้ในการจัดการทรัพยากรทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเพื่อการพัฒนา (ประสิทธิ์  ดำรงชัย  อ้างถึงใน สายสมร  ศักดิ์คำดวง  2551: 29)
                                องค์การสหประชาชาติ  หรือ  United Nation (UN)  ให้ความสำคัญกับ
ธรรมาภิบาลเพราะเป็นหลักการพื้นฐานในการสร้างความเป็นอยู่ของคนในสังคมทุกประเทศให้มีการพัฒนาที่เท่าเทียมกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  การดำเนินการนี้ต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน  เพื่อกระจายอำนาจให้เกิดความโปร่งใส  ธรรมาภิบาลคือการมีส่วนร่วมของประชาชน  และสังคมอย่างเท่าเทียมกัน  และมีคำตอบพร้อมเหตุผลที่สามารถชี้แจงกันได้ 
                                โคฟี่ อัลนัน  เลขาธิการองค์การสหประชาชาติในบทความ  Governance ;  Good Governance  and  Global Governance  :  conceptual  and  actual  challenges  (Weiss,  2000)  ให้ความเห็นเกี่ยวกับธรรมาภิบาลว่า  เป็นแนวทางการบริหารงานภาครัฐที่เป็นการก่อให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชน  หลักนิติธรรม  เสริมสร้างประชาธิปไตย  มีความโปร่งใส  และเพิ่มประสิทธิภาพ
                                ในประเทศไทยได้มีองค์กรที่เกี่ยวข้องและบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับธรรมภิบาลให้ความหมายของคำว่า  ธรรมาภิบาล ไว้ดังนี้
                                ชัยอนันต์ สมุทวณิช (2541: 15-16) ให้ความหมายของ Good Governance ว่า การที่กลไกของรัฐ ทั้งการเมืองและการบริหารมีความแข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ สะอาด โปร่งใส รับผิดชอบ จะเป็นไปได้เมื่อชนในชาติเรียนรู้ที่จะปกครองตนเอง และปกครองกันเองได้ รัฐมีบทบาทและอำนาจบังคับน้อยที่สุด โดยสงวนอำนาจไว้ในเรื่องระดับชาติและระดับสากลเท่านั้น แต่ในระดับชุมชนท้องถิ่นมีการมอบอำนาจให้ประชาชนดำเนินการและกระจายอำนาจอย่างทั่วถึง ทั้งระหว่างองค์กรของรัฐเองและระหว่างองค์กรของรัฐกับภาคเอกชนและภาคประชาชน
                                ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542ได้นิยาม  การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีว่า เป็นแนวทางสำคัญในการจัดระเบียบให้สังคมภาครัฐ  ภาคธุรกิจเอกชนและภาคประชาชน ซึ่งครอบคลุมถึงฝ่ายวิชาการ  ฝ่ายปฏิบัติการ  ฝ่ายราชการและฝ่ายธุรกิจสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข  มีความรู้รักสามัคคีและร่วมเป็นพลังก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน  และเป็นส่วนเสริมความเข้มแข็งหรือสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประเทศเพื่อบรรเทา  ป้องกัน  หรือเยียวยาภาวะวิกฤตภยันตรายที่หากจะมีมาในอนาคต เพราะสังคมจะรู้สึกถึงความยุติธรรม  ความโปร่งใส  และการมีส่วนร่วมอันเป็นคุณลักษณะสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สอดคล้องกับความเป็นไทย รัฐธรรมนูญและกระแสโลกยุคปัจจุบัน
                                วีระวัฒน์ ปันนิตามัย (2544: 228-229) ได้แสดงทัศนะว่า ธรรมาภิบาลหรือGood Governance นั้นสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อการพัฒนาที่ดีกว่าเดิม เพื่อความผาสุกของสังคม ขอบเขตการพัฒนานั้นกินความกว้าง ทำให้สามารถนำปรัชญาและหลักการของ Good Governance เข้าไปเชื่อมโยงได้ในทุกด้าน เช่น โยงเข้ากับการปฏิรูปการเมือง การสร้างความเป็นประชาธิปไตย การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ประสิทธิผลขององค์การ การบริหารเอกชน-ภาครัฐ สิทธิมนุษยชน บทบาทชาย-หญิง เป็นต้น
                                บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ และคณะ(2546: 10) ให้ความหมายว่า ธรรมาภิบาลเป็นกลไก เครื่องมือ และแนวทางการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันในภาคเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง โดยเน้นความจำเป็นของการสร้างความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศมีพื้นฐานระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง มีความชอบธรรมของกฎหมาย มีเสถียรภาพ มีโครงสร้างและกระบวนการบริหารที่มีประสิทธิภาพมีความโปร่งใส และ สามารถตรวจสอบได้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน    
                                สนธิรัก  เทพเรณู  และคณะ (2548: 29) ให้ความหมายของ ธรรมาภิบาลหรือการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ว่า เป็นการบริหารราชการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน  เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ  มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น  มีการปรับปรุงภารกิจส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
                                จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า  การบริหารจัดการที่ดี  หรือ  ธรรมาภิบาล  หรือ  Good Governance หมายถึง การบริหารงานที่มุ่งเน้นหลักการระบบบริหารงานที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก  การทำงานที่เน้นความโปร่งใส  การมีส่วนร่วมของบุคคลในการทำงาน  ความรู้สึกสำนึกรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง  ซึ่งหากนำมาใช้เพื่อการบริหารงานแล้ว  จะเกิดความเชื่อมั่นว่าจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น